
ล่าชัยยึดสถิติไร้พ่าย! "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" ขุมกำลังแน่นเปิดรังดวลเดือด "ม้าขาว" หวังสร้างประวัติศาสตร์ซิวชัยนอกบ้านสองเกมติด
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เอฟเวอร์ตัน VS อิปสวิช ทาวน์ | เกมนัดที่ 5 | วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2026
พรีวิว
หลังผ่านพ้นผลการแข่งขันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในศึก อีเอฟแอล คัพ ช่วงกลางสัปดาห์ เอฟเวอร์ตัน เตรียมเปิดรังเหย้าสนาม ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดี้ยม ทำศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปะทะ อิปสวิช ทาวน์ ในช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยการพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองทีมเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเกมนั้นทัพ "ม้าขาว" รวมพลังฮึดสู้ไล่ตามตีเสมอพลพรรค "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" 2-2 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนถึงสองประตู
แมตซ์ พรีวิว
เอฟเวอร์ตัน
หลังจากปิดฉากฤดูกาลที่แล้วด้วยการสะกดคำว่าชนะไม่เป็นตลอดเจ็ดนัดสุดท้ายในลีกสูงสุด ทัพ "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" กลับออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเดินหน้าทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 6 นัดรวมทุกรายการ โดยเก็บไปแล้ว 6 คะแนนจากการลงเล่นสี่เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากผลงานชนะ 1 เสมอ 3 ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ลูกทีมของ เดวิด มอยส์ เพิ่งโชว์ฟอร์มที่กุนซือรายนี้ยกย่องว่าเต็มไปด้วยความกล้าหาญและหัวจิตหัวใจอันยอดเยี่ยม จนสามารถแบ่งแต้มสำคัญกลับออกมาจากลอนดอนเหนือด้วยการยันเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-0 นับเป็นการเจ๊าในลีกสามนัดติดต่อกัน ก่อนที่ช่วงกลางสัปดาห์พวกเขาจะกลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จเมื่อ ชาร์ลี อัลการาซ ลุกจากม้านั่งสำรองลงมาซัดประตูชัยในเวลาเพียงสามนาที ช่วยให้ทีมเปิดบ้านเฉือนชนะทีมจากระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ในศึก อีเอฟแอล คัพ ตีตั๋วผ่านเข้ารอบสี่ไปพบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเดือนหน้า ทั้งนี้ เกมนัดที่ 5 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ เอฟเวอร์ตัน หากคว้าชัยชนะได้ พวกเขาจะรักษาไร้พ่ายพร้อมโกยถึง 9 แต้ม แต่หากเพลี่ยงพล้ำปราชัย ภาพรวมการออกสตาร์ทจะกลายเป็นน่าผิดหวังทันทีเมื่อชนะได้เพียงเกมเดียวก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น สถิติเดิมของ เดวิด มอยส์ และลูกทีมในการพบกับ อิปสวิช ทาวน์ ในลีก 6 นัดหลังสุด พวกเขาคว้าชัยได้เพียงครั้งเดียว แถมยังไม่ชนะเกมเหย้าต่อคู่แข่งรายนี้มาสามนัดติดต่อกันและเสียไปถึงเจ็ดประตู
อิปสวิช ทาวน์
ทีมน้องใหม่เพิ่งคว้าชัยชนะนัดที่สองในลีกสูงสุดฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าทึ่ง หลังบุกไปเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ ที่เหลือสิบคนแบบสุดระทึก 3-2 ถึงถิ่น เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน จากการซัดประตูชัยในช่วงนาทีที่ 90 ของหัวหอกป้ายแดงอย่าง เซียน เฟลมมิ่ง ซึ่งช่วยให้เฮดโค้ช แกรี่ โอนีล มองเห็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ของทีม หลังจากก่อนหน้านั้นต้องเจอกับความพ่ายแพ้สองนัดติดต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-5 และ ลิเวอร์พูล 0-2 โดยการเก็บชัยชนะได้สองนัดจากสี่เกมแรก ทำให้ อิปสวิช ทาวน์ ทำสถิติชนะไปแล้วครึ่งหนึ่งของยอดรวมชัยชนะทั้งฤดูกาลที่พวกเขาเคยทำไว้ในศึก 2024-25 ซึ่งครั้งนั้นต้องรอนานถึงกลางเดือนธันวาคมหรือผ่านไป 16 นัดกว่าจะเก็บชัยชนะนัดที่สองได้ ทว่าขุนพล "ม้าขาว" เพิ่งต้องยุติเส้นทางในบอลถ้วย อีเอฟแอล คัพ รอบสามเมื่อคืนวันพุธ หลังโดนความเฉียบคมของ อาร์เซน่อล ที่นำทัพโดยดาวรุ่งพุ่งแรง แม็กซ์ ดาวแมน ลงโทษจนปราชัยคารัง พอร์ตแมน โร้ด 2-4 ทำให้การยกพลมาเยือนเมอร์ซีย์ไซด์ในวันเสาร์นี้ นอกจากพวกเขาจะต้องการแก้ตัวกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะโดยเร็วแล้ว ยังมีเป้าหมายลุ้นคว้าชัยชนะเกมเยือนใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สองนัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2002 ในยุคของอดีตกุนซือ โจ รอยล์ อีกด้วย
สภาพความพร้อมของทีม
เอฟเวอร์ตัน
แข้งใหม่อย่าง คริสเตียน นอร์การ์ด ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบ มีเป้าหมายจะคัมแบ็กกลับมาลงสนามหลังจบช่วงพักเบรกทีมชาติ ขณะที่ เมอร์ลิน โรห์ล กำลังเจอปัญหาอาการเดี้ยงที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดและต้องรอเช็คความฟิตในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเกม ส่วนบรรดาแกนหลักที่ได้พักเป็นเพียงตัวสำรองในเกมบอลถ้วยกลางสัปดาห์อย่าง เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, จาร์ราด แบรนธ์เวต, ไทริก จอร์จ และ เบรนแนน จอห์นสัน ต่างพร้อมคัมแบ็กสู่ทีมตัวจริง ทว่า ไทเลอร์ ดิบลิ่ง ก็มีลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งริมเส้นต่อไปหลังคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมเชือด วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ด้าน แจ็ค กรีลิช เป็นอีกหนึ่งทางเลือกตัวรุกริมเส้นที่ลุ้นออกสตาร์ทตัวจริงในลีกเป็นนัดแรกนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพแบบยืมตัว ขณะที่แดนกลาง เฮย์เดน แฮ็คนีย์ พร้อมแย่งตำแหน่งกับ แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง เพื่อลงประสานงานร่วมกับ เจมส์ การ์เนอร์
อิปสวิช ทาวน์
ทีมเยือนจะยังไม่มี แจ็ค เทย์เลอร์ ที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ขณะที่ เอเมอร์สันน์ ชวดลงเล่นในเกมพ่าย อาร์เซน่อล เนื่องจากปัญหาที่ต้นขา และต้องรอเช็คความฟิตสำหรับเกมวันเสาร์นี้เช่นเดียวกับ อาซอร์ มาตูซิวา ที่มีอาการเจ็บบริเวณต้นขาเช่นกัน ทำให้ เซียน เฟลมมิ่ง มีโอกาสสูงที่จะได้ประเดิมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกในลีกให้ทัพ "ม้าขาว" ในตำแหน่งหน้าเป้า โดยมีตัวรุกชั้นยอดอย่าง ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, อับดุล ฟาตาวู และ แจ็ค คลาร์ก ที่พร้อมคัมแบ็กกลับมาช่วยสนับสนุนเกมรุกอย่างเต็มกำลัง ด้าน เลฟ เดวิส แบ็กซ้ายตัวเก่งที่กำลังฟอร์มขึ้นหม้อหลังมีส่วนร่วมกับ 3 ประตู (ยิงสอง จ่ายหนึ่ง) จากการลงเล่นสามนัดหลังสุดในลีก พร้อมกลับมาคุมแนวรับร่วมกับกัปตันทีมอย่าง ดารา โอเชีย และ อิสซ่า ดิย็อป
คาดการณ์ผู้เล่น
เอฟเวอร์ตัน : พิคฟอร์ด; เมตแลนด์-ไนล์ส, ทาร์คอฟสกี้, แบรนธ์เวต, มิโคเลนโก้; การ์เนอร์, แฮ็คนีย์; จอร์จ, ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, กรีลิช; แบร์รี่
อิปสวิช ทาวน์ : เชอร์เพน; โอเชีย, ดิย็อป, กรีฟส์, เดวิส; ปาลาซิออส, ลูคิช; ฟาตาวู, เอ็นซิโซ่, คลาร์ก; เฟลมมิ่ง
วิเคราะห์คาดการณ์
การพบกันระหว่างทั้งสองทีมนับเป็นการวัดความนิ่งและความแน่นอน โดยทางฝั่งเจ้าบ้าน เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การนำทัพของ เดวิด มอยส์ กำลังอยู่ในช่วงที่มีความมั่นใจสูงจากสถิติไร้พ่ายติดต่อกัน 6 เกมในทุกรายการ จุดเด่นสำคัญอยู่ที่เกมรับที่เหนียวแน่นและมีวินัยสูง ซึ่งเกมนี้จะได้กำลังสำคัญอย่าง เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และ จาร์ราด แบรนธ์เวต กลับมาจับคู่ยืนคุมแดนหลังด้วยสภาพร่างกายที่สดสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีตัวเลือกในเกมรุกที่หลากหลายทั้ง แจ็ค กรีลิช และ ไทเลอร์ ดิบลิ่ง ที่พร้อมลงมาสร้างความแตกต่าง ขณะที่ผู้มาเยือนอย่าง อิปสวิช ทาวน์ ของกุนซือ แกรี่ โอนีล แม้จะมีความคึกคักจากผลงานเกมรุกที่มี เซียน เฟลมมิ่ง และฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ เลฟ เดวิส แต่จุดอ่อนสำคัญคือเกมรับที่เสียประตูค่อนข้างง่ายและเพิ่งโดนเจาะตาข่ายไปถึงสี่ลูกในเกมกลางสัปดาห์ ซ้ำยังมีปัญหาแข้งเดี้ยงอย่าง แจ็ค เทย์เลอร์ รวมถึงต้องรอเช็คความฟิตของทั้ง เอเมอร์สันน์ และ อาซอร์ มาตูซิวา แม้ว่าสถิติในอดีตทัพ "ม้าขาว" จะเคยบุกมาแบ่งแต้มได้ แต่ด้วยความรัดกุม ความคงเส้นคงวา และความได้เปรียบจากการเล่นในถิ่น ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดี้ยม เชื่อว่าพลพรรค "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" จะใช้ระเบียบวินัยและเกมรับที่แข็งแกร่งกว่าบดเอาชนะทีมเยือนไปได้แบบหวุดหวิด
คาดการณ์สกอร์ : เอฟเวอร์ตัน 2-1 อิปสวิช ทาวน์
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เอฟเวอร์ตัน ชนะ : พลพรรค "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ในฟอร์มที่เหนียวแน่นแพ้ใครไม่เป็นตลอด 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ แถมยังได้บรรดาแกนหลักในแนวรับพักผ่อนมาอย่างเต็มที่ จึงมีความพร้อมและสมดุลมากกว่าทีมเยือนที่แนวรับยังมีรูรั่ว
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง : ขุมกำลังของ "ม้าขาว" เล่นเกมเปิดแลกจนมีสกอร์รวมเกินสองลูกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเกมเฉือนคู่แข่ง 3-2 และเกมพ่ายบอลถ้วย 2-4 ขณะที่เจ้าบ้านมีทีเด็ดรุกริมเส้นที่อันตราย น่าจะทำให้เกมเปิดหน้าสู้และมีสกอร์รวมเกิน 2.5 ลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ : ฝั่งผู้มาเยือนมีแบ็กซ้ายจอมบุกอย่าง เลฟ เดวิส และหัวหอกฟอร์มสดอย่าง เซียน เฟลมมิ่ง ที่พร้อมพังประตู แต่ด้วยเกมรับที่เสียประตูบ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสทำประตูใส่กันได้ทั้งคู่
เอฟเวอร์ตัน ได้ประตูแรก : เจ้าถิ่นได้เปรียบจากการลงเล่นในรังเหย้าและมักจะเน้นความรัดกุมตั้งแต่ต้นเกม ผสานกับเกมรุกริมเส้นที่สดใหม่อย่าง แจ็ค กรีลิช จึงมีศักยภาพพอที่จะชิงจังหวะเจาะตาข่ายขึ้นนำไปได้ก่อน